Root : สงครามใหญ่ในป่าเล็ก

ป่าอันกว้างใหญ่ภายใต้การปกครองของ ‘ขุนนางแมว – Marquise de Cat ‘ (แมวจริงๆนะ) จอมเผด็จการ เราจะมองเห็นโรงเลื่อยไม้และโรงงานอื่นอยู่ทั่วป่า โรงงานพวกนี้ล่ะคือแหล่งแห่งความมั่งคั่งและอำนาจของท่านขุนนาง ความสงบสุขที่อยู่เบื้องหน้าถ้าเรามองให้ลึกขึ้นไป จะเห็นแรงงานของประชากรในป่าอย่าง หนู กระต่าย หมาป่า และเหล่านก ก็กำลังทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย โอทีก็ไม่ได้ จนในที่สุดพวกเค้าบางส่วนก็ไม่คิดจะทนอีกต่อไป ออกมาร่วมมือกันก่อตั้งกลุ่ม ‘พันธมิตรแห่งป่า – Woodland Alliance’ ที่เป้าหมายคือการปลดปล่อยเหล่าพี่น้องจากการถูกกดขี่ ในขณะเดียวกันในอีกมุมหนึ่งของป่า ‘ราชวงศ์อินทรีย์ – Eyrie Dynasties’ เหล่าผู้ปกครองเก่าแก่ที่ถูกขับไล่ออกไป ก็เริ่มคืบคลานเข้ามา หมายที่จะทวงคืนพื้นที่ที่บรรพบุรุษเคยครอบครอง และสุดท้าย (แต่ไม่ท้ายสุดเพราะมีตัวเสริมอีกสองฝ่าย) คน…เออโทดทีต้อง.. ‘แรคคูณพเนจร – Vegabon’ นักเดินทางผู้โดดเดี่ยวที่พร้อมจะยื่นมือช่วยผู้ตกยาก ก็บังเอิญต้องมาตกอยู่ในวงวนของเกมการต่อสู้ของเหล่าสรรพสัตว์ เกมนี้เป็นเกมแนว Asymmetric ที่ผู้เล่นแต่ล่ะคนมีวิธีการเล่นไม่เหมือนกัน ที่เอาแนวคิดแบบ Wargame ของเกมซี่รี่ย์ COIN (เป็นเกมแนวสงครามแบ่งเป็นสี่ฝ่าย เคยเขียนถึงไว้สองเกมคือ A Distant Plain กับ…

Pax Pamir: เกมแห่งหมีขาวและราชสีห์

เกมจับเอาช่วงเหตุการณ์จริงในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่จะถูกเรียกจากนักประวัติศาสตร์ภายหลังว่า The Great Game อันเป็นช่วงเวลาที่อังกฤษทำการยึดอินเดียผ่านบริษัท East India Company และพยายามที่จะขยายอำนาจเข้าสู่อัฟกานิสถาน ทางฝ่ายจักวรรดิรัสเซียเห็นท่าไม่ดี จึงได้พยายามเข้ามาแทรกแซง ทำให้อัฟกานิสถานกลายเป็นสนามประลองของสองประเทศมหาอำนาจ ออกแบบโดย Cole Wehrle (An Infamous Traffic , John Company , Root) side note [Theme]: ถ้าดูในแผนที่ในยุคนั้นจักรวรรดิรัสเซียจะกินพื้นที่บริเวณกว้างมาก และอินเดียก็มีดินแดนกว้างไปถึงปากีสถานในปัจจุบัน (เค้าแยกประเทศกันหลังจากอังกฤษคืนเอกราชให้อินเดีย) กลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่คั่นสองประเทศนี้ไว้ก็คือประเทศอย่าง ตุรกี , เปอร์เซีย และอัฟกานิสถาน side note [Designer]: Cole Wehrle จบปริญญาเอกและเคยเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์ในยุคศตวรรษที่ 19 เรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทการค้า East India Company ของอังกฤษเลยถูกเค้าเอาความรู้ที่มีมาทำเป็นเกมแล้วถึงสามเกมได้แก่ An Infamous Traffic ที่เล่าถึงการค้าฝิ่นในจีนที่นำเข้าโดยพ่อค้าชาวอังกฤษ John Company ที่เล่าถึงการดำเนินกิจการของตัวบริษัท…

Belfort

เกมยูโรระดับกลางธีมแฟนตาซีหลวมๆ แนว Worker placement + Majority Control ที่จะให้เราเป็นหัวหน้าช่างมาควบคุมเหล่าเอลฟ์, คนแคระ และโนม ที่จะมาพัฒนาเมือง Belfort ให้รุ่งเรือง ผลงานของ Jay Cormier และ Sen-Foong Lim (Akrotiri, Junk Art) ไอเดียหลักของตัวเกมเราจะส่งคนงานสองแบบ (เอลฟ์, คนแคระ) ไปเก็บทรัพยากร จากนั้นก็เอาทรัพยากรมาสร้างการ์ดตึกจากมือเรา ตึกที่เราสร้างนอกจากจะมีความสามารถเสริมให้กับเราแล้วยังจะมีการวางตัวโทเคนสีของเราที่เป็นตัวแทนตึกที่เราสร้างไว้ในโซนแผนที่ตรงกลาง โดยโซนในเกมนี้จะหน้าตาเหมือนสไลด์พิซซ่าต่อกันเป็นวงกลมห้าอัน แต่ล่ะแผ่นก็จะมีพื้นที่เอาไว้วางชนิดตึกที่ตรงกับการ์ดอยู่พอดี (ในอีกนัยหนึ่งถ้ามีคนสร้างตึกชนิดหนึ่งในโซนนั้นแล้ว เราก็ต้องไปสร้างที่โซนอื่นแทน) พอถึงรอบที่กำหนดเราก็จะได้แต้มตามแต่ว่าในเขตนั้นเรามีการสร้างตึกเยอะกว่าคนอื่นไหม แกนของเกมก็ถือว่าตรงไปตรงมา ส่วนคนงานแบบที่สามคือตัวโนมจะมีไว้เพื่อ unlock ความสามารถให้กับการ์ดตึกอื่นๆอีกที ในแต่ล่ะรอบ (ในธีมเกมคือหนึ่งเดือน เล่นกันแค่หกเดือนจบ) จะแบ่งเป็นสองช่วงคือช่วงเอาคนงานไปจองที่ กับช่วงเก็บทรัพยากรจากช่องที่เราจองไว้ ในช่วงแรกจะไม่ค่อยมีที่ลงเท่าไร เพราะช่องที่ลงได้ต้องเป็นตึกของเราเอง กับแต่ตึกสมาคมที่เป็นตึกพิเศษที่จะถูกสุ่มออกมาแค่ห้าตึกต่อการเล่น กิมมิคในช่วงนี้คือทันทีที่เราผ่าน เราจะต้องเอาคนงานที่เหลืออยู่ไปลงช่องเก็บของพื้นฐานที่ลงได้ไม่จำกัดจำนวน:- เอลฟ์ไปเข้าป่าเพื่อเก็บไม้ คนแคระลงช่องเหมืองไปเก็บหิน ถ้าจะเอาเหล็กก็ต้องเอาทั้งสองชนิดไปจับคู่กัน แต่ถ้าจะเอาเงินก็เอาตัวอะไรไปลงก็ได้ ลูกเล่นเสริมคือถ้าเราเอาคนงานไปลงช่องไหนเยอะสุดก็จะได้ของชนิดนั้นๆเพิ่มด้วย ด้วยความที่ทรัพยากรมีไม่เยอะเท่าไรการเลือกว่าจะทุ่มไปเอาโบนัสที่ไหนก็สำคัญอยู่ ระบบการนับแต้มที่นอกจากจะนับคนที่มีตึกเยอะในแต่ล่ะพื้นที่แล้วยังมีนับว่าใครมีคนงานแต่ล่ะชนิดเยอะกว่าคนอื่นด้วย ตรงนี้มันเลยมีเลเยอร์น่าสนใจตรงที่ถ้าเรามีคนงานบางชนิดเยอะเราก็จะได้แต้มเพิ่มก็จริง…

Lowland

เกมยูโรระดับกลางที่จะให้เรามาทำฟาร์มเลี้ยงแกะริมทะเลในประเทศแถบยุโรปตอนเหนือ ที่ซึ่งปัญหาคือพื้นดินแถวนั้นดันต่ำกว่าระดับน้ำทะเลโคตรๆ เลยนอกจากจะต้องทำฟาร์มเลี้ยงแกะสุขสรรค์แล้วเรายังต้องคอย(ช่วยกัน)สร้างเขื่อนกั้นน้ำไม่ให้น้ำทะเลทะลักเข้ามาอันจะทำให้ฟาร์มของเราเสียหาย ผลงานจากนักออกแบบหน้าใหม่ Claudia Partenheimer และ Ralf Partenheimer แว๊บแรกด้วยรูปลักษณ์และงานศิลป์ของเกมคุณอาจจะนึกว่าเกมนี้เป็นผลงานของ Uwe Rosenberg เพราะว่าแกะก็ใช่ ทำฟาร์มก็เหมือนจะคล้าย All Creatures Big and Small นิดหน่อย แถมดันมีทำเขื่อนกั้นน้ำแบบ Field of Arle อีกต่างหาก แต่ขอบอกเลยว่านอกจาก ‘กลิ่น’ แล้วตอนเล่นเกมนี้ไม่มีความรู้สึกว่ากำลังเล่นเกมของ Uwe เลยนะ เกมนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบ Action Point Allowance (แต่ล่ะรอบมีแต้มให้เอาไปแลกทำแอคชั่นตามใจ) ที่ผู้เล่นจะมีคนงานคนละสามตัวไปทั้งเกม คนงานแต่ล่ะตัวจะมี Action Point ตั้งแต่ 2-4 แต้มเราก็พลัดๆกันเอาคนงานไปทำแอคชั่นบนบอร์ดของเราเองซึ่งมีแค่ เอาแต้มไปจั่วการ์ดทรัพยากร (มีสามแบบ) จั่วแบบเปิดหรือไปลุ้นก็ได้ (ระบบแบบ Ticket To Ride) เอาการ์ดทรัพยากรไปแลกสร้างไทล์ตึก โดยตึกแต่ล่ะชนิดจะต้องการแต้มคนงานขั้นต่ำไม่เท่ากัน เอาการ์ดทรัพยากรไปแลกสร้างคอกเตรียมไว้เลี้ยงแกะ (ใช้อะไรก็ได้แต่ต้องซ้ำชนิดกัน) เอาการ์ดทรัพยากรไปช่วยกันสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ซื้อ/ขายแกะ…

ท่าหมู่บ้านสามประสาน

สมัยก่อนในแก๊งผมจะมีกลุ่มคนรู้จักกันสามคน แก๊งนี้บังเอิญว่าอยู่หมู่บ้านจัดสรรเดียวกันตั้งแต่เด็กเลยชวนๆกันมาเล่นเกม (แต่ตอนนี้แต่งงานบ้าง มีแฟนบ้าง ย้ายออกกันหมดล่ะหมู่บ้านแตก) ซึ่งแก๊งนี้เวลาอยู่ด้วยกันถ้าใครคนหนึ่งชนะ พวกนี้มันจะชอบพูดเล่นกันขำๆว่า ‘หมู่บ้านเราชนะแล้ว เย้’ เพื่อความไม่ดราม่าอันนี้เป็นเรื่องจริงที่มักถูกเอามาคุยกันขำๆในกลุ่มเพื่อนของผมเอง ในไทยร้านเกมมีเป็นร้อยคนเล่นมีเป็นพัน คุณอาจจะบังเอิญเจออะไรที่คล้ายๆกันกับผมก็ได้ ในข้อเขียนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะแซะ หรือตั้งใจต่อว่าคน หรือสถานการณ์เฉพาะเจาะจงใดๆ มู๊ดโทนเวลาพูดไม่สุภาพนี้ก็ไม่ได้ด่าแบบโกรธแค้นอันใด แต่ยกขำพูดขำๆในหมู่เพื่อนมาใช้นะ ด้วยความที่ปกติเกมมันเล่นกันแค่ 4-5 คนทำให้อัตตราการชนะของ ‘ทีมหมู่บ้าน’ สูงมากเพราะว่าพวกแม่งนี้กินที่ไปแล้วเกินครึ่งวง และไม่ว่าใครชนะมันก็จะเรียกว่าหมู่บ้านเราชนะแล้วเสมอ พอหลังๆพวกนี้มันชนะบ่อยเกิน เพื่อนในวงเลยมาวิเคราะห์เคล็ดลับความสำเร็จของทีมหมู่บ้านกันเล่นๆดู โดยพื้นฐานแล้วพวกนี้จะเล่นค่อนข้างเก่งโดยตัวเองอยู่แล้วแต่ว่ามันดันมีนิสัยที่สอดรับกันพอดีอีกต่างหากนั้นคือ คนนึงจะชอบเล่นสายท่าเน้นออกคอมโบทำแต้ม อีกคนเป็นสายตัดเน้นตัดให้คนอื่นล้มตัวเองจะได้วิน ส่วนอีกคนนี้สายซับพอร์ทกลัวเพื่อนเจ็บมักจะเล่นแบบซับออพติมอลให้คนอื่นได้ของกันทั่วถึง พอมาดูแล้วเราจะเห็นดรีมทีมเลยทีเดียว ทำงานอวยกันอย่างเป็นระบบ มีหัวหอกทำแต้ม มีลูกทีมคอยส่งบอล แถมยังมีตัวป่วนคอยตัดเกมคนอื่น ชัยชนะจะไปไหนเสีย เพราะมันตัดคนอื่นและอวยกันเอง….. (ย้ำอีกทีว่านี้คุยกันขำๆ เอาไว้ล้อให้ทีมหมู่บ้านให้มีราคีเวลาชนะ เพราะจริงๆแล้วพวกนี้มันก็เล่นกันเก่งโดยตัวเองอยู่แล้ว เอามาคุยกันต่อขำๆ แซวเพื่อนผมได้แต่อย่าแรง) เคยมีเหตุการณ์ใกล้ๆตัวประมาณทีมหมู่บ้านเนี่ยแหละ แต่เป็นเคสที่เราไปเจอคนต่างกลุ่มแบบหลายคนแล้วเค้าเล่นบวกกันเองสนุกสนาน แถมช่วยกันตัดเราซะไปต่อไม่ถูก พอเราเล่น mindset compatitive เน้นทำแต้มตัวเองแล้วก็ตัดคนอื่นตามเกมกลายเป็นโดนมองแปลกๆ ส่วนตัวเลยรู้สึก Culture Shock นิดนึง ซึ่งในเคสนี้ส่วนตัวไม่ค่อยโอเคเท่าไร (อีกอันที่เรียกว่าไม่ชอบเลยมากๆ แนวคู่แฟนอวยกันเอง…

Brass: Lancashire & Brass: Birmingham

เกมยูโรระดับกลางหนักทั้งสองเกมนี้คือการเอาหนึ่งในเกม Economic + Network Building แถวหน้าอย่าง Brass มาปรับปรุงใหม่ด้วยการยกเครื่องงานอาร์ทและออกตัวเสริมแบบ standalone (ภาคเสริมที่ไม่จำเป็นต้องมีกล่องหลัก) ของโดยธีมของเกมอยู่ในช่วงปฎิวัติอุตสหกรรมของอังกฤษที่ผู้เล่นจะได้ตั้งโรงงานผลิตของไปขาย หรือจะสร้างโรงงานผลิตวัตถุดิบเพื่อให้คนอื่นไปใช้ต่อก็ได้ นี้คือเกมแห่งห่วงโซ่อุปทานที่ทุกอย่างในเกมจะเกิดจากแรงผลักดันจากผู้เล่นเท่านั้น เนื่องจากพบว่าผมยังไม่เคยเขียนถึง Brass ตัวเก่ามาก่อน (เคยเขียนแต่ Brass VS Age of Industry) เลยขอเขียนรวมๆไปด้วยกันเลยล่ะกัน sidenote: ถ้าคุณไม่เคยเล่น Brass และสงสัยว่าสองเกมนี้ต่างจาก Brass ตัวปกติอย่างไร Brass คือเกมที่ออกมาตั้งแต่ปี 2007 โดย Martin Wallace ต่อมาในปี 2017 ค่าย Roxley ได้เอามาทำใหม่ โดยรื้องานศิลป์ใหม่หมด ทำออกมาสองกล่องด้วยกันคือ Brass: Lancashire (ก็คือ Brass อันเดิมนั้นแหละมาเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนอาร์ท กับปรับกติกาและบาลานซ์เล็กน้อย) กับ Brass: Birmingham ที่เป็นตัวเสริมแบบทำออกมาเป็นกล่องแยกอีกแผนที่หนึ่ง โดยที่แกนของระบบจะเหมือนกันแต่ว่ามีลูกเล่นส่วนตัวเป็นของตัวเอง โดยทำขายแบบ…

De Vulgari Eloquentia: เดินทางสร้างภาษา

เกมยูโรระดับกลางชื่ออ่านยากๆ ที่มาจากหนังสือชื่อเดียวกับเกมที่เขียนโดยกวีดันเต้ (Dante Alighieri) ที่อาศัยอยู่พื้นที่ที่ต่อมากลายเป็นอิตาลีในสมัยคริสตศักราช 13xx โน้น  ที่มีพร้อมกับธีมที่น่าสนใจว่าด้วยการให้เราย้อนประวัติศาสตร์มาสวมบทบาทเป็นพ่อค้าผ้าที่กำลังหงุดหงิดว่าจะเขียนสัญญาซื้อขายยังไงดีให้คนมันเข้าใจง่ายๆ ภาษาลาตินแม่มก็มีพวกพระกับชนชั้นสูงใช้กัน ส่วนภาษาพื้นบ้าน (vernacular) แต่ล่ะที่ก็ดันพูดไม่เหมือนกันอีก ในยุคนั้นดันเต้ถือว่าคูลมาก บอกช่างแม่มภาษาลาติน กูจะเขียนภาษาพื้นบ้านให้ชาวบ้านอ่านใครจะทำไม ไหนๆแล้วเราไปช่วยพัฒนาภาษากลางแบบที่ชาวบ้านคุยกันรู้เรื่องให้มันป๊อบดีกว่า ว่าแล้วเราก็จะต้องเดินทางไปทั่วแว้นแคว้นเพื่อศึกษาและช่วยพัฒนาภาษาใหม่ที่ว่านี้นั้นเอง โดยจุดเด่นของเกมคือรูปแบบการเล่าเรื่องผ่านการเล่นเกมของเราได้อย่างน่าสนใจ ผลงานของ Mario Papini (Lancelot, Siena, Feudo) อนึ่งทักษะทางประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ผมค่อนข้างต่ำเตี้ย (ว่ากันตามตรง ตอนไปหาข้อมูลเพิ่มนี้งงฉิบหาย) ถ้าตรงไหนผมเข้าใจผิดท้วงได้นะ ไอเดียหลักๆก็คือเราจะเดินทางไปตามพื้นที่นั้นแหละ พอแวะที่ใหม่ๆก็จะได้เงินและแต้มความรู้มา ตอนเริ่มเกมเราทุกคนจะเป็นพ่อค้า แต่ว่าสามารถสละเงินทิ้งแล้วเดินทางไปเข้าวัดเพื่อบวชก็ได้ พอกลายเป็นพระแล้วก็สามารถไต่เต้าตัวเองจนกลายเป็นพระคาร์ดินัลหรือจะเป็นพระธรรมดาต่อไปก็ได้ (สรุปคือจบเกมได้ทั้งสามอาชีพ) โดยแต่ล่ะอาชีพก็มีข้อดีข้อเสีย กับวิธีที่ต้องดิ้นรนหาแรงสนับสนุนจากผู้คนที่แตกต่างกันออกไป อย่างถ้าเป็นพ่อค้าเนี่ยเวลาเดินไปดินแดนไหนๆก็สามารถทำการค้าได้เพราะงั้งเลยจะได้เงินด้วยทุกครั้งที่ไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ในขณะที่ฝั่งนักบวชจะไม่ได้เงิน (แต่ทุกอาชีพจะได้ความรู้เหมือนกัน) การที่เงินน้อยก็จะลำบากหน่อยเพราะว่าจะเดินทาง จะขึ้นเรือมันต้องใช้เงิน แต่ว่าพ่อค้านี้ก็ใช่ว่าจะสบายนะเพราะว่าทุกรอบจะต้องคอยบริจาคเงินให้ผู้เล่นที่เป็นพระอยู่ตลอด แต่ใช่ว่าเป็นพระแล้วจะแบมือขอเงินได้สบายๆ เพราะก็ต้องเก็บสะสมเงินตราที่หาได้ยากลำบากเพื่อเอาไปซื้อตำแหน่งเป็นพระคาร์ดินัล ซึ่งเกมนี้ทั้งสามอาชีพยังแตกต่างกันว่าในตอนจบจะมียศฐาบรรดาศักดิ์ที่สามารถแลกเป็นแต้มได้ไม่เหมือนกัน ส่วนความรู้นั้นเอาไว้เรียนรู้ภาษาพื้นบ้านตามดินแดนต่างๆ คือในแต่ล่ะดินแดนจะแบ่งออกเป็นสี แต่ล่ะสีก็แทนภาษาในพื้นที่นั้น ได้แก่ภาษาละติน (Latin), ภาษาของชาวฟอเรนซ์ (Fiorentino), ภาษาฝรั่งเศสโบราณตอนเหนือ (D’Oil ตอนหลังคำนี้ออกเสียงกลายเป็น oui…

Dragon Contest

เกมนี้เป็นเกมต้นแบบที่กำลังพัฒนาโดยคุณ Arnon Singrat มีธีมว่าด้วยหมู่บ้านที่เราอยู่จะมีประเพณีการแข่งขันโดยให้เราเอามังกรมาต่อสู้กัน ผู้เล่นก็เลยต้องเดินทางไปทั่วเกาะเพื่อเสาะหาและฝึกฝนมังกรไปต่อสู้กับดราก้อนมาสเตอร์คนอื่น ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายหน่อย ไอเดียกว้างๆก็คือเปลี่ยนจากโปเกม่อนเป็นมังกรนั้นแหละ ตัวเกมแบ่งออกเป็นสองช่วงคือช่วงเดินทางในเกาะ กับช่วงท้ายปีที่จะเอามังกรมาสู้กันทำแบบนี้สามปี (สามรอบใหญ่) ในช่วงเดินทางเราก็จะขยับตัวเรา 1-3 ช่องไปตามแผนที่ในเกาะ ไปลงช่องไหนก็ได้ของตามนั้น ถ้าไปลงช่องมังกรที่ยังไม่เคยเก็บมาเลี้ยงเราก็จะได้มังกร lv1 ชนิดนั้นมาเก็บไว้ ตัวมังกรในเกมมี 8 ชนิด 8 ธาตุและเราสามารถเก็บชนิดล่ะหนึ่งตัว ส่วนทรัพยากรที่เราสามารถเดินเก็บได้จะมี 5 แบบคืออาหาร (พืชและเนื้อ เพราะตอนระหว่างเกมมังกรมันจะต้องกินอาหารด้วย), ค่าประสบการณ์เอาไว้เพิ่มพลังให้มังกร (ใช้เวลาต่อสู้) กับหัวใจที่เอาไว้เพิ่มพลังมิตรภาพของเรากับมังกร (ตอนนี้มีแค่เอาไว้ตัดสิน Tie Break) แล้วก็เงินที่เอาไว้แทนที่อาหารกับเอาไว้แลกซื้อค่าประสบการ์ณกับหัวใจแล้วแต่ว่าช่องแอคชั่นนั้นจะให้ทำอะไร หลักๆเราก็จะเดินวนๆไปมานี้แหละ รูปแบบเกมไม่ยุ่งยาก downtime ต่ำมาก แต่เกมมีระบบการ์ดภารกิจด้วย ไอเดียมันจะประมาณถ้าเรามีมังกรธาตุตามนี้ กับมี lv เท่านี้ ถ้าไปทำแอคชั่นในช่องที่กำหนดก็จะได้ของรางวัลมา ไอเดียส่วนนี้ก็จะเหมือนกับเกมยูโรแนวพ่อค้าส่งของทำเควส แต่เปลี่ยนจากสินค้าเป็นระดับพลังของมังกรแทน และสินค้าของเราไม่หายไปไหนตอนท้ายเกมก็จะเก็บเควสง่ายขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตอนสู้นี้ ผู้เล่นก็จะการ์ดมังกรเข้ามือตามแต่ชนิดที่เราครอบครองอยู่ (พอดีลืมถ่ายฮะขออภัย) มาพลัดกันวางคว่ำแล้วเปิดพร้อมกัน พลัดกันวางไปจนครบสาม-ห้าใบแล้วแต่ว่าเล่นกันอยู่ปีไหน เสร็จแล้วก็ไล่ดูทีล่ะคู่ว่าใครชนะบ้าง ไอเดียคือมังกรมันจะมีความสามารถประเภทห้ามฝั่งตรงข้ามใช้สกิล ให้ตัวทางซ้ายเพิ่มพลัง…

Foxy & Wooly

ในภาพรวมคือเกมแนวยูโรครอบครัวระดับเบา ใช้เวลาเล่นแค่ประมาณ 20 นาที ธีมว่าด้วยหมาป่าจะมากินแกะ เราเลยต้องหาทางไล่มันออกไป แต่ว่าความยากคือหมาป่ามีจำนวนมากและเราก็ไม่สามารถป้องกันได้หมดทุกตัวเลยต้องแบ่งๆกันโดน ผลงานของนักออกแบบคนไทย Goalbeat Montri​ (SimSoccer, Garden Trade) อนึ่งเกมนี้ยังไม่ใช่ผลงานตัวที่ขายจริง ภาพและวิธีการเล่นจึงอาจมีการเปลี่ยนแปลง และความเห็นของผมจะอิงจากตัวที่ได้ทดลองเล่นมา และผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆกับเจ้าของผลงาน ไอเดียของเกมคือเราจะมีตาราง 3×3 ที่มีตัวเลข 1-9 เรียงกันอยู่ ระหว่างเล่นก็จะมีระบบที่แกะของผู้เล่นต้องหายไปบางส่วนโดยการใช้เงินแก้ปัญหา เป้าหมายของเกมก็คือพอตอนจบเราจะต้องเหลือเงินไปจ้างคนงานมายืนเลี้ยงแกะที่ยังเหลืออยู่ เหลือแกะกับเงินมาจับคู่กันได้เยอะก็แต้มเยอะ (จริงๆในธีมเกมเรียกเด็กเลี้ยงแกะแต่ผมรู้สึกว่าเงินมัน make sense กว่า) เกมนี้จะมีการสุ่มไทล์หมาป่าที่มีตัวเลข 1-9 วางเรียงกันไว้ล่วงหน้า สิ่งที่เราจะต้องทำก็มีแค่ จ่ายเงินไปกองไว้ตรงกลางเพื่อบอกว่าไม่เอาแล้วให้คนต่อไปตัดสินใจต่อ หรือว่ายอมรับเอาไทล์ที่ว่านี้มาพร้อมกับเงินที่คนอื่นช่วยกันจ่ายเอาไว้ (ระบบเดียวกับ No Thank! นั้นแหละ) จากนั้นก็ต้องฆ่าแกะที่ตรงกับเลขนั้น เกมนี้จะมีไทล์พิเศษที่ให้ผลดีกับเราด้วย อย่างเช่นไทล์ไว้เคลื่อนย้ายแกะหลบหมาป่า หรือว่าย้ายแกะแต้มน้อยมาอยู่ตรงที่ว่างที่พึ่งโดนหมาป่ากินไป บางอันก็จะเป็นไทล์แต้มพิเศษให้เราจัดชุดคนงานกับแกะมาทำแต้มอีกแบบ อันนี้ก็ต้องประมูลเช่นกันแต่ว่าเงินมันจะไปกองอยู่ตรงกลางรอให้ผู้เล่นที่จะยอมให้หมาป่ากินแกะได้เอาไปใช้ เกมก็เล่นแค่นี้แหละ จ่ายๆวัดใจกันไปเรื่อยๆ แต่ต้องระวังไม่ให้ใช้เงินเพลินจนไม่เหลือเงินไว้จ้างคนงานมาเลี้ยงแกะตอนจบ เนื่องจากผลงานยังไม่วางขายอาจจะมีการปรับเปลี่ยนอีก แถมตัวผมเองก็ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของเกม เลยขอไม่ตั้งป้ายความชอบตามปกติ แต่ตัวที่ผมเล่น (คิดว่าน่าจะเป็นตัวหลักที่เอาไปทดสอบทั่วไป) ผมคิดว่าในฐานะ ‘เกมคั่นเวลาสำหรับคนเล่นเกมหนัก’…