Forum Trajanum

จักรพรรดิทราจันผู้ยิ่งใหญ่แห่งโรมันมีประสงค์จะสร้างสภาที่ยิ่งใหญ่เพื่อประกาศศักดาให้โลกเห็นและเราคือผู้มาสนองความต้องการนี้ด้วยการพัฒนาบ้านเมืองของเราไปพร้อมๆกับช่วยสร้างสภาในเกมแปะธีมมางั้งๆจากนักออกแบบดัง Stefan Feld (The Castles of Burgundy, Bora Bora, Luna) เกมนี้อธิบายยากซักนิด เนื่องจากธีมหลวมและเป็นเกมแนว Point Salad (เกมที่ทำอะไรก็ได้แต้มแนวถนัดของนักออกแบบคนนี้) ไอเดียคือเราจะมีบอร์ดแผนที่เป็นของตัวเองพร้อมกับมีไทล์ชาวเมืองคว่ำอยู่วางเป็นตาราง ในแต่ล่ะตาเกมจะเปิดการ์ดมาสองใบเพื่อดูว่าเราจะได้หยิบไทล์ชาวเมืองตรงแถวไหนออกได้บ้าง (เกมการันตีให้ว่าทุกไทล์ได้ถูกหยิบสองครั้งแน่นอนแต่เราไม่รู้ว่ามาเมื่อไร เพราะมันเป็นการ์ดแบบฟิกซ์จำนวนแต่สุ่มตอนออก) เราก็เลือกหยิบจากแถวนั้นออกมาแถวล่ะอัน (แต่เกมมีโบนัสเรื่องการวางตำแหน่งด้วย) ในแต่ล่ะไทล์จะให้โบนัสเราเป็นของนิดๆหน่อยส่วนมากจะเป็นคนงานสีๆกับเรา กิมมิคตรงนี้คือเราเลือกมาสองไทล์ก็จริงแต่เราต้องส่งอีกไทล์ไปให้คนข้างๆแล้วเราค่อยมาเลือกอีกทีว่าอยากได้อันไหนอีกที พอได้คนงานสีแล้วเราก็จะมาเลือกว่าจะเอาคนงานสีไหนไปสร้างเป็นตึกสีตรงกันในผังเมืองที่ว่าง (จากการที่เราหยิบๆไทล์ชาวเมืองออกมานั้นแหละ) มันจะมีตึกแบบที่ให้โบนัสพิเศษกับตึกแบบสีที่พอเราสร้างแล้วเรามันจะให้เราเอาชาวเมืองไปวางไว้ในบอร์ดกลาง (ธีมว่าตรงนั้นเป็นสภาทราจัน) ไอ้ตรงนี้กิมมิคคือเราวางสร้างตึกสีไหนก็ต้องเอาไทล์คนไปวางตรงสีนั้นๆในบอร์ดกลาง ตรงนี้จะแอบลีลากันนิดนึงเพราะเกมมันจะให้แต้มเราตามกลุ่มของเราที่เกาะกันใหญ่ที่สุดในสภา ถ้าวางกลุ่มกระจายแต้มก็อาจจะเหงานิดหน่อย ที่เหลือก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องเล็กๆตรงนั้นตรงนี้มาร้อยเรียงกันตามสไตล์นักออกแบบคนนี้ เกมเน้นแก้ปัญหาหน้างานกับพยายามให้เราพัฒนา ‘ตัวคูณแต้ม’ จากหลายแง่มุม อย่างเช่นมันจะมีมิชชั่นตอนจบแต่ล่ะยุคว่าถ้าเรามีตึกเรียงกันแบบที่มันบอกจะได้แต้มเพิ่ม หรือถ้าเก็บของเอาไว้ก็จะได้แต้ม ไม่ก็ถ้าเปิดมุมตึกตอนจบยุคจะเอาตึกสีตรงกันมาคูณแต้ม ตัวชาวเมืองในสภาเองก็จะได้แต้มคูณตามแทรคที่เราเดินไว้ ฯลฯ   🐸 [กบเฉย] ในหลายๆแง่แล้วเกมนี้สนุกดีแต่ไม่ค่อยตราตรึงเท่าไร (สำหรับผมแล้วเกมของ Stefan Feld มักจะแห้งเกินไป แล้วเกมมักจะเบาไปนิดก็เลยมักจะรู้สึกสนุกจริงๆมีไม่กี่เกม) คือเกมนี้จะไม่เจอ ‘wow moment’ แบบทำท่าใหญ่ได้ แต่เป็นแนวนวดเราเบาๆไปเรื่อยๆจากตัวเลือกหลายอย่างมากกว่า แต่เทียบกับเกมอื่นๆของนักออกแบบคนนี้แล้วก็ถือว่า…

Age of Steam ยาขมของ Martin Wallance

Update 2019-03-15 ล่าสุดคือทางมาร์ตินได้ประกาศว่าทุกอย่างจบลงแล้วผ่านการคุยกับ Eagle-Gryphon Games โดยที่ตัวมาร์ตินเองยินยอมให้มีการใช้ชื่อเค้าใน AoS ได้ (แต่ไม่จำเป็นต้องทำเพราะ EGG ไม่มีภาวะผูกพันตรงนี้เนื่องจาก AoS ไม่ใช่ของมาร์ติน) ส่วนตัวคิดว่าคงมีการตกลงและจ่ายเงินจนเป็นที่น่าพอใจ และเป็นผลดีต่อชื่อเสียงของทั้งสองฝ่าย อ้างอิง: Resolution to the AoS Situation TLDR#1; ตามกฎหมายแล้ว John Bohrer คือผู้ถือสิทธิในเครื่องหมายการค้า Age of Steam ในขณะที่ Martin Wallance อ้างว่ามัน John ขโมยสิทธินี้ไปจากเค้าโดยการเล่นทริคทางกฎหมาย สรุปมีแค่นี้ถ้าอยากรู้เยอะกว่าอีกนิดดู TLDR#2 และถ้าอยากรู้อีกหน่อยก็อ่าน TLDR#3  “ทุกเรื่องมีสามด้าน ด้านของคุณ ด้านของผม และความจริง” TLDR#2; ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสรุปว่าใครถูกใครผิด หรือใครพูดจริงหมด สาดโคลนกันเหมือนพี่เค้าอยู่กันคนล่ะโลก เพราะต่างฝ่ายต่างก็บอกว่าชื่อ Age of Steam เป็นของตัวเอง แต่ที่แน่ๆ มาร์ตินไม่ได้เงินจาก Age of…

Trade on the Tigris: เร่เข้ามาสู่การค้าแห่งลุ่มน้ำ

“มีสองปลาขอหาแลกแพะหน่อย….” “มีบรอนซ์ไหมแลกกับอะไรก็ได้….” “ทำไมยัดไส้คนเถื่อนมาด้วย หลอกกันนิน่า!!…..” “บ้าจริงถือสินค้านี้ไว้กับมืออารยธรรมถดทอยกันพอดีจะหาทางแลกออกไปยังไงดีนะ…..” ณ ลุ่มแม่น้ำไทกริสที่ทอดยาวผ่านเมโสโปเตเมียแหล่งกำเนิดอารยธรรม เป็นจุดที่อุดมไปด้วยหลากชาติพันธ์มาติดต่อค้าขายกัน เราคือหนึ่งในชนชาตินั้นที่จะมาแลกเปลี่ยนสินค้า เจรจาต่อรอง ในเกมยูโรระดับกลางกึ่งๆครอบครัวนิดๆ ออกแบบโดย Geoff Engelstein (Space Cadets, The Expanse), Ryan Sturm side note: ผมเคยเขียนถึงกลไกหลักในการแลกของที่ใช้ในเกมนี้ไว้ที่ “กลไกที่ผมชอบ : ระบบเทรดใน Mega Civilization https://wp.me/p7TSgy-MN” ไอเดียหลักของเกมนั้นง่ายมาก คือเป็นการเจรจาแลกเปลี่ยนสินค้าในมือระหว่างผู้เล่น (นึกถึง Chinatown/Catan ไว้) นายมีไอ้นั้นสองมาแลกไอ้นี่หนึ่งไหม อะไรเทือกๆนั้นแหละ ต้นรอบก็แจกการ์ดสินค้าจั่วได้มากน้อยแล้วแต่เทคโนโลยีที่ทำมา พอแลกกันเสร็จก็เอาการ์ดสินค้ามาจัดเซ็ทให้หลายเป็นแต้มอีกที การ์ดยิ่งซ้ำชนิดกันแต้มก็ยิ่งเยอะ เกมจับเวลารอบล่ะ 7 นาที เล่นห้ารอบก็จบ แต่เดี๋ยวก่อน.. เกมมันไม่ได้มีแค่นั้น เนื่องจากมันเป็นเกมธีมอารยธรรมผู้เล่นก็เลยมีแทรคสองแบบให้เดิน ได้แก่แทรคการปกครอง กับแทรคศาสนา แต่ล่ะแทรคก็เดินไปซ้ายหรือขวาก็ได้ ฝั่งการปกครองถ้าเอียงไปฝั่งหนึ่งเยอะก็แปลว่าเราเน้นการปกครองนั้นๆดึงกันไปมา (มีประชาธิปไตย กับ ทรราช) ส่วนอีกแทรคก็เป็นแนวศาสนาว่าเราอยากจะเน้นที่ศาสนาไหน (มีศาสนา…

Mysthea: ราชันย์เกาะเวหา

หลายล้านปีก่อนดวงดาวแห่งนี้ได้ถูกก้อนคริสตัลขนาดมหึมาพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรงจนทำให้ระบบนิเวศของดาวเปลี่ยนไปตลอดกาล แผ่นดินขนาดทวีปลอยสูงขึ้นจากแรงดึงดูดอันปั่นป่วนพร้อมกับเหล่าสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาดได้ถือกำเนิดขึ้น กาลเวลาล่วงผ่าน เหล่ามนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในเกาะแห่ง Mysthea ได้พัฒนาอาร์ติเฟคที่ช่วยให้เคลื่อนย้ายเกาะขนาดย่อม การออกเดินทางเพื่อยึดครองเกาะรอบๆจึงเริ่มขึ้น และนี้คือเกมยูโรระดับกลางหนักจากนักออกแบบคู่สามีภรรยา Martino & Marta Chiacchiera (Deckscape, Barbarians: The Invasion) แกนของเกมนี้คือ Area Control ที่ว่ากันง่ายๆก็คือพื้นที่ไหนใครมีคนเยอะกว่าก็ได้แต้มไป แต่ setting ของเกมนี้เราอาศัยอยู่บนเกาะลอยฟ้าที่มันเคลื่อนที่ไปมาได้ พื้นที่ในเกมมีห้าแบบ ในแต่ละเกาะจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วนเราสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองไปมาในพื้นที่เกาะได้ แต่ถ้าจะโดดไปเกาะข้างๆก็ต้องโดดจากพื้นที่ชนิดเดียวกันเท่านั้น (อย่างถ้าอยู่บนป่า ก็เกาะข้างๆก็ต้องมีป่าให้เราโดดไป) แล้วระหว่างเล่นผู้เล่นสามารถให้ฮีโร่ของตัวเองพาเกาะไปลอยแทรกไปมาได้ ทำให้ ‘แผนที่’ ในเกมนี้มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ปกติเกม Area Control จะมีแต้มตามพื้นที่ไม่เท่ากันให้เราวิ่งไปยึดที่ แต้มพื้นที่ในเกมจะเป็นแบบเปลี่ยนไปทุกยุค (เกมมีสามยุค ยุคหนึ่งเล่นกันหลายรอบก่อนคิดคะแนน) คือเรามีพื้นที่อยู่ห้าแบบใช่มะ เกมก็จะมีการ์ดมาพื้นที่มาให้เราสับรวมกับการ์ด event อีกสองสามใบ ตานึงก็จะเปิดการ์ดขึ้นมาใบหนึ่งวางเรียงๆกันไป ตรงบอร์ดที่วางก็จะมีเลขแต้มกำกับไว้ ยิ่งเปิดมาไวแต้มยิ่งน้อย อย่างถ้าสองใบแรกเป็นป่ากับแม่น้ำก็จะได้ที่ล่ะ 2 และ 3 แต้มถ้าชนะ แต่เราก็รู้แน่นอนล่ะว่าสามอันที่เหลือแต้มจะสูงกว่านี้ กับการ์ดเหตุการณ์ในเกมมันจะวางบนพื้นที่ตรงนี้ด้วยทำให้แต้มพื้นที่มันถูกเอาไปวางไกล (แต้มเยอะ) ขึ้น…

Blackout: Hong Kong

ในคืนธรรมดาคืนหนึ่ง ไฟฟ้าเกิดดับทั่วเกาะฮ่องกง หลังจากผ่านไปซักพักก็ยังไม่มีทีถ้าว่าไฟจะกลับมาปกติ เราคือหัวหน้าทีมที่จะนำพาอาสาสมัครชายหญิงมาร่วมบรรเทาความทุกข์ที่เกิดจากเหตุการณ์ไฟดับครั้งในเกมยูโรระดับกลางหนัก ธีมหลวมๆ ผลงานจากนักออกแบบ Alexander Pfister (Mombasa, Grate Western Trail, Broom Service) เกมนี้เน้นกลไกการเล่นเป็นหลักเลยอาจจะอธิบายให้เห็นภาพยากหน่อย ไอเดียหลักของเกมคือการจัดเรียงการ์ดหรือหาทรัพยากรมาทำการ์ดภารกิจให้สำเร็จ ถ้าทำสำเร็จเราก็ได้การ์ดนั้นๆมาใช้ไว้ช่วยให้เราทำภาระกิจใบอื่นต่อวนไปเรื่อยๆ ตามธีมคือประมาณว่าพวกนี้คืออาสาสมัครที่จะมาช่วยเราแต่เราต้องเตรียมทรัพยากร หรือทีมงานอาสาคนอื่นๆให้พร้อมกับคนที่เราจะเอามาช่วยงาน ในแต่ล่ะรอบเกมจะทอยลูกเต๋าสามสีสุ่มเป็นทรัพยากรสามแบบ เสร็จแล้วผู้เล่นแต่ล่ะคนก็จะเลือกการ์ดในไว้สามใบแล้วเปิดพร้อมกันเพื่อรับทรัพยากร (มีลูกเล่นเปลี่ยนชนิดของนิดหน่อยเพื่อให้เกมไม่อึดอัดเกินไป) เราก็เอาทรัพยากรไปเคลมการ์ดอีกที ง่ายแค่นั้นแหละ แต่ความท้าทายจริงๆจะอยู่ที่การ์ดอีกแบบที่เงื่อนไขการเคลมคือเราต้องมีแถวหนึ่ง (เพราะทุกตาเราต้องเอาการ์ดวางซ้อนๆกันไปเรื่อยๆ กองก็จะใหญ่ขึ้น) ที่มีสีในรูปแบบที่การ์ดนั้นๆกำหนดถึงจะเคลมได้ อย่างเช่นกองนั้นต้องมีสีแดงสอง สีน้ำเงินหนึ่งไรงี้ แต่มันไม่ง่ายตรงที่การ์ดในกองส่วนตัวเรามีจำกัดและเวลาพอการ์ดเราเหลือน้อยเราจะกึ่งๆโดนบังคับให้รวบการ์ดแถวที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมือ ถ้าเราวางแผนเคลมพลาดก็อาจจะต้องกลับตัวยาวนิดนึง หนึ่งในแกนหลักของเกมก็คือการหาจังหวะเคลมการ์ดสวยๆเนี่ยแหละ พอเคลมการ์ดได้อีกลูกเล่นที่เกมใส่เข้ามาคือการวางมาร์คเกอร์ว่าเราได้ทำการส่งอาสามัคไปช่วยคนในพื้นที่ไหนแล้วบ้าง พอวางล้อมกรอบได้ก็จะได้แต้มเพิ่ม ตรงนี้ก็มีลูกเล่นฝั่ง set collection กับโบนัสในการเก็บของอีกนิดหน่อย [🐸 กบเฉย] ในแง่การออกแบบระบบการเล่นแล้วผมคิดว่าเกมนี้ทำมาสวย แล้วก็ลื่นไหลไปในทางเดียวกัน มีเรื่องที่ต้องคิดและวางแผนตลอด  ระบบโบนัสไว้ทำคอมโบช่วยเพิ่มความสามารถเราก็คิดว่าทำออกมาฉลาดดี แต่ที่ให้เฉยเพราะรู้สึกว่าเล่นแค่สองรอบก็พบว่ารู้เท่าที่ควรจะรู้แล้ว (สำหรับผมนะ) กับปัญหาใหญ่จริงๆคือในอารมณ์ประมาณนี้เล่น Mombasa สนุกกว่า (ผมคิดว่าเป็นเกมที่ดีนะ แต่ถ้ามีเกมที่อารมณ์ประมาณเดียวกันแต่อยากเล่นมากกว่า เกมนี้ก็ควรจะเป็นแค่เฉยๆใช่มะ?) ถ้าเคยเล่น Mombasa มาก่อนก็จะได้กลิ่นเหมือนระบบเดินแทรคหนังสือแบบที่โดนจูนกับปรับมาเป็นแกนหลักแทนนั้นแหละเพราะเกมนี้บังคับให้เราต้องเคลมการ์ดตลอด เวลาจะหยิบซื้อการ์ดมาเก็บไว้…

Key Flow

เกมยูโรระดับกลางเบาเล่นไม่นานธีมสร้างเมืองริมแม่น้ำนี้เป็นการย่นย่อเอาเกมดังอย่าง Keyflower มาทำให้สั้น (โดยการตัดตัว er ออกไป…..) พร้อมกับกลายร่างจากเกมวางคนงานมาเป็นเกมดราฟการ์ดแบบ 7 Wonders แทน ผลงานของนักออกแบบ Richard Breese (Key Series), Ian Vincent (TTR India), Sebastian Bleasdale (Prosperity) side note: Keyflower เป็นชื่อเรือที่ตั้งเลียนแบบเรือจริงๆชื่อ Mayflower ที่ใช้ขนคนจากอังกฤษมาอเมริกา ส่วนเกม Key Flow ที่บอกว่าตัด er ออกเพื่อจะสื่อว่าเกมมันสั้นลงนี้ไม่ได้มุก (อีกความหมายคือ Flow ของเกมที่ลื่นไหลไม่สะดุด) ไอเดียของเกมถ้าคุณเล่น Keyflower และ 7 Wonders เป็นก็แทบจะไม่ต้องสอนอะไรเพราะเกมนี้คือผลผลิตแบบตกใต้ตีนต้นไม้ของทั้งสองเกมนั้นแหละ ระบบเกมก็คือเกมดราฟการ์ดแบบปกติที่แต่ล่ะฤดู (หนึ่งรอบใหญ่เกมนี้แบ่งเป็นธีมฤดู) จะได้รับการ์ดมาคนล่ะหกใบ เราก็เลือกเล่นพร้อมกันคนล่ะใบจากนั้นก็ส่งที่เหลือให้คนข้างๆจนครบทุกใบ ทำแบบนี้สี่รอบก็จบแล้ว การ์ดจะมีสองแบบแบบแรกคือสิ่งปลูกสร้าง ที่เวลาเล่นจะต้องวางสร้างหมู่บ้านไว้ข้างหน้าเราติดกับการ์ดใบเดิม กับการ์ดคนงานที่เอาไว้ให้การ์ดสิ่งปลูกสร้างทำงาน โดยเราจะให้มันทำงานที่ตึกตัวเอง หรือคนที่อยู่ทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับลูกศรของการ์ดนั้น สิ่งก่อสร้างในเกมเวลาเราคนงานไปส่วนมากจะผลิตของให้เรา กิมมิคที่ยกมาจาก…

Underwater Cities: มหานครใต้น้ำ

ในโลกอนาคตอันใกล้ที่ประชากรกำลังล้นโลก จะไปดาวอังคารก็ยังต้องเตรียมตัวกันอีกนาน เอาเป็นว่าเราลงไปขยายถิ่นฐานในใต้น้ำกันเถอะ และนี้คือที่มาของเกมยูโรระดับกลางหนัก ผลงานของนักออกแบบ Vladimír Suchý (Pulsar 2849, Last Will, Shipyard) ไอเดียหลักของเกมนี้คือการแข่งกันสร้างเมืองใต้น้ำของเราแข่งกับผู้เล่นคนอื่น ระบบหลักที่ใช้เดินเกมคือระบบ Worker Placement ที่จะให้เราเอาคนงานไปลงทำช่องแอคชั่นแย่งกัน พวกของที่ทำได้ก็ไม่ซับซ้อนอะไร ส่วนมากจะเป็นหยิบทรัพยากร, สร้างเมือง, สร้างทางเชื่อมระหว่างเมือง แล้วก็สร้างสิ่งปลูกสร้างที่เอาไว้ผลิตทรัพยากรอีกที จุดที่น่าสนใจของเกมนี้คือวิธีการที่เอาระบบการเล่นการ์ดที่ถูก ‘รวม’ เข้าไปด้วยกันกับระบบวางคนงาน คือเกมทั่วไปมันต้องไปทำแอคชั่นอะไรซักอย่างเพื่อลงการ์ดก่อนใช่มะ แต่เกมนี้บังคับเล่นพร้อมกันเลย เล่นเสร็จจบรอบค่อยจั่วใหม่ กิมมิคที่เกมนี้นำเสนอคือช่องแอคชั่นในเกมจะมีสามสี และการ์ดก็สามสีตรงกัน เวลาเล่นก็จะต้องลงการ์ดด้วยหนึ่งใบเสมอ ถ้าสีไม่ตรงกันก็ทิ้งการ์ดไปอย่างนั้นแหละ แต่ถ้าสีตรงกับช่องล่ะก็ เราก็จะสามารถใช้ความสามารถของการ์ดได้ด้วย มีทั้งแบบใช้ครั้งเดียวกับอยู่ยาวๆ (การ์ดทั้งเกมก็เป็นร้อยใบอยู่ ตัวเสริมออกได้อีกบาน) ตรงนี้มันเลยเกิดเลเยอร์ที่ต้องคิดเพิ่มจากกรอบปกติเพราะคุณค่ามันไม่ได้อยู่แค่เหลือแอคชั่นอะไรให้ทำ แต่มันขึ้นอยู่กับว่ามือเรามีอะไรด้วย เพราะหลายๆครั้งสีการ์ดในมือมันก็ไม่ค่อยตรงกับแอคชั่นที่เราอยากจะทำเท่าไร หรือบางแอคชั่นจริงๆก็ไม่ได้อยากทำมากแต่ว่าการ์ดมันมาทรงนี้ก็อาจจะทำให้เราต้องคิดซักหน่อย ในแง่การสร้างเมืองเกมมันจะมีลูกเล่นว่าบอร์ดแต่ล่ะคนมันจะมีโบนัสกับค่าใช้จ่ายบางอย่างต่างกันนิดหน่อย (แต่ก็มีหน้าเบสิคแบบที่ทุกคนมีเหมือนกันด้วยนะ) ไอเดียค่อนข้างเข้าใจตามง่ายคือต้องมีเมืองก่อนแล้วเครื่องจักรถึงจะผลิตของ ตัวเครื่องจักรเองก็สามารถอัพเกรดได้แล้วจะได้ของเพิ่ม ถ้าวางคู่กันก็จะได้โบนัสเพิ่มอีก แต่ว่าที่วางดันมีจำกัด ก็ต้องขยายเมืองเพิ่ม พอเมืองเพิ่มก็ต้องหาอาหารมาเลี้ยงเพิ่ม ฯลฯ Noise หลักของเกมก็แน่นอนว่าอยู่ที่การ์ดที่จั่วๆขึ้นมานั้นแหละส่วนอื่นก็จะเป็นโบนัสประจำกระดานที่จะมีสุ่มขึ้นมากับโบนัสกลางที่เราต้องแย่งกันทำที่ก็จะถูกสุ่มมาเหมือนกัน 🐸 [กบโอเค] สำหรับคนที่เล่นเกมยูโรมาพอควรแล้วเกมนี้สามารถอธิบายจบได้ใน…

Wingspan: สวนนก

Wingspan (ระยะระหว่างปลายปีกสองข้าง) คือระยะที่นักวิทยาศาสตร์ใช้วัดขนาดของนก และเป็นที่มาของชื่อเกมยูโรระดับกลางเบา ธีมหลวมๆ ที่จะให้เราดึงดูดนกนานาพันธ์มาไว้ในพื้นที่สงวนส่วนตัวของเรา ผลงานของนักออกแบบ Elizabeth Hargrave ไอเดียหลักของเกมนี้ไม่ซับซ้อน คือเราจะต้องหยิบการ์ดนกจากกองกลางมาเก็บเอาไว้บนมือ จากนั้นก็หาทางเอาลงไว้ที่บอร์ดตรงหน้าเรา ตัวการ์ดก็จะบอกว่านกตัวไหนต้องอยู่พื้นที่แบบไหนจากสามชนิดคือ หนองน้ำ ทุ่งราบ บนต้นไม้ เวลาจะเล่นก็ต้องหาอาหารให้ตรงมาจ่ายเป็นค่าลง แอคชั่นในเกมนี้มีอยู่แค่สี่แบบได้แก่ หยิบอาหาร: เลือกหยิบเต๋าที่ยังเหลืออยู่ในถาดแล้วหยิบอาหารชนิดนั้นมาถ้าเต๋าหมดก็ทอยใหม วางไข่: หยิบไข่สีอะไรก็ได้มาวางไว้บนการ์ดนก (เป็นแต้มและเป็นทรัพยากรไว้ใช้จ่ายระหว่างเล่น) จั่วการ์ด: ก็จั่วนั้นแหละจากกองเปิดหรือสุ่มก็ได้ เล่นการ์ดนก: เล่นจากมือ โดยต้องจ่ายอาหารและลงในพื้นที่ของมัน กิมมิคในการเดินเกมนี้คือยิ่งเราเอาการ์ดนกไปลงในแถวไหนมากเท่าไรแถวนั้นก็จะแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างตอนแรกหาอาหารได้หนึ่งชิ้น ถ้ามีนกอยู่สองตัวก็เวลาทำท่าหาอาหารก็จะได้สองชิ้นไรงี้ แต่ที่เป็นจุดเด่นที่ทำให้เกมเดินจริงๆก็คือนกแต่ล่ะตัวเนี่ยเวลาเราสั่งให้แถวที่มันอยู่ทำงานมันก็จะมีความสามารถประจำตัวด้วย บางตัวเป็นนกเหยี่ยวนักล่าก็จะเปิดสุ่มการ์ดนกในกองมาเก็บเป็นแต้ม บางตัวก็ช่วยหาอาหาร บางตัวก็ช่วยให้เราจั่วได้เพิ่มไรเงี้ย ความสามารถก็หลากหลายอยู่ มารวมๆกันแล้วดูคอมโบกันพอสนุกแต่ไม่ใช้แนวเว่อร์ๆ กิมมิคอีกอย่างคืออาหารนกในเกมจะเป็นแบบสุ่มทอยเต๋าเอา (เกมให้ Dice Tower เป็นบ้านนกเล็กๆมาด้วย น่ารักดีแต่ในแง่การใช้งานมันจะเตี้ยไปนิด) เวลาจะหยิบก็ต้องเอาจากเต๋าที่สุ่มไว้พอมันหมดแล้วค่อยทอยใหม่ ตรงนี้เป็นดวงเล็กๆที่ต้องบริหารชุดทรัพยากรที่สุ่มออกมาให้แต่ล่ะรอบ แต่ว่ามันหมดไวแล้วทอยบ่อยไม่ค่อยมีปัญหาอะไร เพราะอย่างไรเกมก็เปิดให้เราแลกอาหารสองชนิดเป็นอะไรก็ได้อยู่แล้ว ที่เหลือที่เอามาเป็นจุดความแข่งขันระหว่างผู้เล่นก็คือระบบเป้าหมายที่จะถูกสุ่มมาให้ตั้งแต่ต้นเกมว่าแต่ล่ะรอบจะให้โบนัสกับผู้เล่นในหมวดไหนบ้าง ส่วนมากก็จะเป็นมีนกในบางสถานที่เยอะ หรือว่ามีไข่ในนกบางกลุ่มเยอะ เกมจะกำหนดเลยว่ารอบที่ 1,2,3,4 จะคิดแต้มหมวดไหน ตรงนี้ก็ช่วยให้คนเล่นวางแผนลงการ์ดได้ว่าอยากจะแข่งหมวดไหนกับใคร 🐸 กบโอเค…

The Grizzled: เพื่อนตายสหายศึก

เกมคั่นเวลาแบบช่วยกันเล่นที่จะนำเราไปสู่หลุมสนามเพลาะในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พร้อมกับเหล่าเพื่อนรักที่เติบโตกันมาจากหมู่บ้านเดียวกัน แต่เราไม่ได้จะไปสู้กับใครที่ไหนเพราะเป็นแค่ทหารด๊อกด๋อยธรรมดา หน้าที่ของเราคือการออกไปสู่สนามรบแล้วพยายามเอาตัวรอดจนสงครามสิ้นสุด ….. หรือตายแล้วกลายเป็นชื่อที่สลักอยู่ใต้ฐานอนุสาวรีย์ ผลงานออกแบบของ Fabien Riffaud และ Juan Rodriguez (Catch the Moon, T.I.M.E Stories: Madame) Side Note: เกมนี้วาดโดยนักวาดภาพประกอบ Bernard Verlhac ผู้ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ Charlie Hebdo (Charlie Hebdo เป็นชื่อสำนักพิมพ์ที่มักจะพิมพ์เรื่องตลกล้อเลียนศาสนา จนก่อให้เกิดความไม่พอใจ และถูกกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์บุกเข้ายิง) อนึ่งอันนี้เป็นความเห็นแบบที่รวมเอาตัวเสริม The Grizzled: At Your Orders! เอาไว้แล้ว ส่วนตัวคิดว่าตัวหลักอย่างเดียวเกมอาจจะราบเรียบไปซักนิด  ไอเดียเกมนี้ไม่ซับซ้อนคือเริ่มมาเกมจะแบ่งการ์ดกองหนึ่งไว้ที่กอง ‘บททดสอบ’ (ที่เราต้องผ่านไปให้ได้) อีกกองเรียกว่า ‘ขวัญกำลังใจ’ คือมันการ์ดแบบเดียวกันนั้นแหละแค่สลับแล้วแบ่งเป็นสองกอง ในแต่ล่ะรอบเราก็จะจั่วการ์ดจากกองบททดสอบมาเล่นไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนเล่นการ์ดหมดมือและกองนี้หมด ก็แสดงว่าพวกเราอดทนจนสันติภาพบังเกิดก็กอดคอกันชนะเกมไป แต่ก็แน่ล่ะสงครามมันไม่จบง่ายแบบนั้น เพราะว่าในตอบจบรอบเราทิ้งการ์ดไม่หมด เกมก็จะให้เราจั่วการ์ดจากกอง ‘ขวัญกำลังใจ’ มาเติมในกอง ‘บททดสอบ’ (ขวัญกำลังใจตกและเราต้องอยู่กับสงครามนานขึ้น)…